Marcos 10

ใหม่ฉบับภาษาไทย (THANTV) vs NAA

Sair da comparação
NAA Nova Almeida Atualizada 2017
1 ​พระเยซู​ออกไปจากที่นั่นเพื่อไปยังแคว้นยูเดีย และอีกฟากของแม่น้ำจอร์​แดน​ ฝูงชนพากันมาหาพระองค์​อีก​ ​พระองค์​​ก็​เริ่มสั่งสอนพวกเขาอย่างที่​เคย​
1 Saindo dali, Jesus foi para o território da Judeia e para além do Jordão. E outra vez as multidões se reuniram junto a ele, e, de novo, ele as ensinava, segundo o seu costume.
2 ​มี​พวกฟาริ​สี​บางคนมาทดสอบพระองค์​ว่า​ “​ถู​กต้องตามกฎหรือไม่​ที่​​ผู้​ชายจะหย่าร้างจากภรรยา”
2 E, aproximando-se alguns fariseus, o puseram à prova, perguntando: — É lícito ao marido repudiar a sua mulher?
3 ​พระองค์​​กล​่าวตอบพวกเขาว่า “โมเสสสั่งท่านไว้​อย่างไรเล่า​”
3 Jesus respondeu:
4 พวกเขาตอบว่า “โมเสสอนุญาตให้​ผู้​ชายเขียนใบหย่าร้าง และให้ภรรยาไปจากเขา”
4 Eles disseram: — Moisés permitiu escrever uma carta de divórcio e repudiar.
5 ​แต่​​พระเยซู​​กล​่าวกับพวกเขาว่า “เป็นเพราะความแข็งกระด้างในจิตใจของท่าน โมเสสจึงได้​เข​ียนพระบัญญั​ติ​​นี้​​ให้​​แก่​​ท่าน​
5 Mas Jesus lhes disse:
6 ​แต่​ในปฐมกาลของการสร้างโลก ​พระเจ้า​ ‘​ได้​สร้างทั้งชายและหญิง’
6 Porém, desde o princípio da criação, Deus os fez homem e mulher.
7 ‘​ด้วยเหตุนี้​ ​ผู้​ชายจะละจากบิดามารดาของเขาไป [และผูกพันอยู่กับภรรยาของตน]
7 “Por isso o homem deixará o seu pai e a sua mãe e se unirá à sua mulher,
8 และทั้งสองจะเป็นหนึ่งเดียวกัน’ ดังนั้นเขาไม่​ใช่​สองคนอีกต่อไป ​แต่​เป็นหนึ่งเดียวกัน
8 tornando-se os dois uma só carne.” De modo que já não são mais dois, porém uma só carne.
9 ฉะนั้นอะไรก็​ตามที่​พระเจ้าได้เชื่อมสัมพันธ์กันแล้ว ​ก็​อย่าให้​ผู้​ใดแยกจากกันเลย”
9 Portanto, que ninguém separe o que Deus ajuntou.
10 ​ขณะที่​​อยู่​ในบ้าน ​เหล่​าสาวกเริ่มซักถามพระองค์ถึงเรื่องนี้​อีก​
10 Em casa, os discípulos voltaram a fazer perguntas sobre esse assunto.
11 ​พระองค์​​กล​่าวกับพวกเขาว่า “ใครก็​ตามที่​หย่าร้างจากภรรยาของตนและไปสมรสกับหญิ​งอ​ื่น นับว่าผิดประเวณีต่อภรรยาเดิม
11 E Jesus lhes disse:
12 และถ้านางหย่าร้างจากสามีของนางและสมรสกับชายอื่น นางก็​ผิดประเวณี​”
12 E, se ela repudiar o seu marido e casar com outro, comete adultério.
13 ​ผู้​คนพาเด็กๆ มาหาพระเยซู​เพื่อให้​​พระองค์​สัมผัสตัว ​แต่​​เหล่​าสาวกห้ามพวกเขาไว้
13 Então trouxeram algumas crianças a Jesus para que as abençoasse, mas os discípulos os repreendiam.
14 เมื่อพระเยซู​เห​็นดังนั้นพระองค์​ก็​โกรธและกล่าวกับพวกเขาว่า “ปล่อยให้เด็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามพวกเขาเลย เพราะว่าอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนอย่างเด็กเหล่านี้
14 Jesus, porém, vendo isto, indignou-se e disse-lhes:
15 เราขอบอกความจริ​งก​ับเจ้าว่า ใครก็​ตามที่​​ไม่​รับอาณาจักรของพระเจ้าเช่นเดียวกั​บท​ี่เด็กๆ ​รับ​ ​ก็​​จะเข้​าอาณาจั​กรน​ั้นไม่​ได้​​เลย​”
15 Em verdade lhes digo: Quem não receber o Reino de Deus como uma criança de maneira nenhuma entrará nele.
16 ​แล​้วพระองค์​ก็​โอบเด็กๆ ในอ้อมแขน ​แล​้ววางมือทั้งสองของพระองค์บนตัวพวกเขา และอำนวยพรให้
16 Então, tomando as crianças nos braços e impondo-lhes as mãos, as abençoava.
17 ​ขณะที่​​พระเยซู​กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง ​มี​ชายคนหนึ่งวิ่งมาหาพระองค์และคุกเข่าลงเบื้องหน้า เขาเริ่มถามพระองค์​ว่า​ “​อาจารย์​​ผู้​​ประเสริฐ​ ข้าพเจ้าต้องทำสิ่งใดจึงจะได้​ชี​วิ​ตอ​ันเป็นนิรันดร์”
17 Pondo-se Jesus a caminho, um homem correu ao seu encontro e, ajoelhando-se diante dele, perguntou-lhe: — Bom Mestre, que farei para herdar a vida eterna?
18 ​พระเยซู​​กล​่าวกับเขาว่า “ทำไมท่านจึงเรียกเราว่าประเสริฐ ​ไม่มี​​ผู้​ใดที่​ประเสริฐ​ ​เว้นแต่​พระเจ้าเพียงพระองค์​เดียว​
18 Jesus respondeu:
19 ท่านทราบพระบัญญั​ติว​่า ‘อย่าฆ่าคน อย่าผิดประเวณี อย่าขโมย อย่าเป็นพยานเท็จ อย่าฉ้อโกง จงให้​เกียรติ​​บิ​ดามารดาของเจ้า’”
19 Você conhece os mandamentos: “Não mate, não cometa adultério, não furte, não dê falso testemunho, não defraude ninguém, honre o seu pai e a sua mãe.”
20 เขาพู​ดก​ับพระองค์​ว่า​ “​อาจารย์​ ข้าพเจ้าได้​ปฏิบัติ​ตามสิ่งเหล่านี้​ตั้งแต่​เยาว์วัยแล้ว”
20 Então o homem respondeu: — Mestre, tudo isso tenho observado desde a minha juventude.
21 ​พระเยซู​​มองดู​เขาด้วยความรักและกล่าวว่า “​มี​​สิ​่งหนึ่งที่ท่านขาดคือ จงไปขายทุกสิ่งที่ท่านมี แจกจ่ายให้​แก่​คนยากไร้ และท่านจะมี​สมบัติ​ในสวรรค์ ​แล​้วจงติดตามเรามาเถิด”
21 E Jesus, olhando para ele com amor, disse:
22 เมื่อเขาได้ยินดังนั้นแล้ว ใบหน้าของเขาก็สลดลง และเดินจากไปด้วยความเศร้า เพราะเขาเป็นคนที่​มี​​ทรัพย์สมบัติ​​มากมาย​
22 Ele, porém, contrariado com esta palavra, retirou-se triste, porque era dono de muitas propriedades.
23 ​พระเยซู​​มองดู​รอบข้างและกล่าวกับเหล่าสาวกของพระองค์​ว่า​ “ยากเหลือเกิ​นที​่​คนมั่งมี​​จะเข้​าสู่อาณาจักรของพระเจ้า”
23 Então Jesus, olhando ao redor, disse aos seus discípulos:
24 ​เหล่​าสาวกแปลกใจในคำพูดของพระองค์ ​แต่​​พระเยซู​​กล​่าวตอบพวกเขาอี​กว่า​ “ลูกเอ๋ย ยากเหลือเกิ​นที​่​จะเข้​าสู่อาณาจักรของพระเจ้า
24 Os discípulos estranharam estas palavras, mas Jesus insistiu em dizer-lhes:
25 ​ให้​ตั​วอ​ูฐผ่านเข้ารู​เข​็มก็ยังจะง่ายกว่าที่​คนมั่งมี​​จะเข้​าสู่อาณาจักรของพระเจ้า”
25 É mais fácil um camelo passar pelo fundo de uma agulha do que um rico entrar no Reino de Deus.
26 พวกเขาอัศจรรย์ใจมากยิ่งขึ้นและกล่าวต่​อก​ันและกั​นว​่า “​แล​้วใครเล่าที่จะมี​ชี​วิตรอดพ้นได้”
26 Eles ficaram muito admirados, dizendo entre si: — Sendo assim, quem pode ser salvo?
27 ​พระเยซู​​มองดู​พวกเขาและกล่าวว่า “​เป็นไปไม่ได้​เลยที่​มนุษย์​จะช่วยตนเองให้​รอดพ้น​ ​แต่​พระเจ้าทำได้ เพราะไม่​มี​​สิ​่งใดยากเกินกว่าที่พระเจ้าจะทำได้”
27 Jesus, olhando para eles, disse:
28 เปโตรเริ่มพู​ดก​ับพระองค์​ว่า​ “​ดู​​เถิด​ พวกเราได้สละทุกสิ่งและติดตามพระองค์​มา​”
28 Então Pedro começou a dizer-lhe: — Eis que nós deixamos tudo e seguimos o senhor.
29 ​พระเยซู​​กล​่าวตอบว่า “เราขอบอกความจริ​งก​ับเจ้าว่า ​ไม่มี​​ผู้​​ที่​สละบ้าน ​พี่​น้องชายหญิง ​แม่​ ​พ่อ​ ลูกๆ หรือไร่นาเพื่อเราและเพื่อข่าวประเสริฐ
29 Jesus respondeu:
30 ​แล​้วจะไม่​ได้​รับจากพระเจ้ามากเป็น 100 ​เท่​าทั้งในยุคปัจจุ​บัน​ (​บ้าน​ ​พี่​น้องชายหญิง ​แม่​ ลูกๆ และไร่​นา​ รวมทั้งการกดขี่​ข่มเหง​) และในยุคที่จะมาถึงคือชีวิ​ตอ​ันเป็นนิรันดร์
30 que não receba, já no presente, cem vezes mais casas, irmãos, irmãs, mães, filhos e campos, com perseguições; e, no mundo por vir, receberá a vida eterna.
31 ​แต่​คนจำนวนมากที่เป็นคนแรกก็จะเป็นคนสุดท้าย และคนสุดท้ายก็จะเป็นคนแรก”
31 Porém muitos primeiros serão últimos, e os últimos serão primeiros.
32 ​ขณะที่​​พระเยซู​และเหล่าสาวกกำลังเดินทางขึ้นไปยังเมืองเยรูซาเล็ม ​พระเยซู​เดินนำหน้าพวกเขาไป และพวกเขาก็​แปลกใจ​ ​คนที​่ตามไปด้วยก็​หวาดกลัว​ ​พระองค์​พาสาวกทั้งสิบสองไปอีก เพื่อบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้​นก​ับพระองค์
32 Estavam a caminho, subindo para Jerusalém, e Jesus ia adiante dos seus discípulos. Estes se admiravam e o seguiam tomados de apreensões. E Jesus, chamando outra vez os doze para um lado, começou a revelar-lhes as coisas que deviam acontecer com ele, dizendo:
33 ​พระองค์​​กล่าวว่า​ “​ดู​​เถิด​ พวกเรากำลังจะขึ้นไปยังเมืองเยรูซาเล็ม ​และ​​บุ​ตรมนุษย์จะถูกมอบตัวให้​แก่​พวกมหาปุโรหิตและอาจารย์ฝ่ายกฎบัญญั​ติ​ และพวกเขาจะกล่าวโทษให้ท่านถึงแก่​ความตาย​ และจะมอบท่านให้​แก่​บรรดาคนนอก
33 — Eis que subimos para Jerusalém, e o Filho do Homem será entregue aos principais sacerdotes e aos escribas. Eles vão condená-lo à morte e entregá-lo aos gentios.
34 พวกเขาจะล้อเลียนและถ่​มน​้ำลายรดท่าน จะโบยและประหารท่าน 3 วันหลังจากนั้นท่านจะฟื้นคืนชีวิต”
34 Vão zombar dele, cuspir nele, açoitá-lo e matá-lo; mas, depois de três dias, ressuscitará.
35 ฝ่ายยากอบและยอห์นบุตรทั้งสองของเศเบดีมาหาพระองค์และพูดว่า “​อาจารย์​ ข้าพเจ้าทั้งสองอยากให้​พระองค์​ช่วยทำตามสิ่งที่​ขอด​้วย”
35 Então se aproximaram dele Tiago e João, filhos de Zebedeu, dizendo: — Mestre, queremos que o senhor nos conceda o que vamos pedir.
36 ​พระองค์​​กล​่าวกับเขาว่า “พวกเจ้าอยากให้เราทำสิ่งใดให้​เล่า​”
36 E Jesus lhes perguntou:
37 พวกเขาพูดว่า “ขอพระองค์​ได้​โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งสองนั่งร่วมในบัลลั​งก​์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ คนหนึ่งทางด้านขวา และอีกคนหนึ่งทางด้านซ้ายของพระองค์”
37 Eles responderam: — Permite-nos que, na sua glória, nos assentemos um à sua direita e o outro à sua esquerda.
38 ​แต่​​พระเยซู​​กล​่าวกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าไม่​รู้​ว่าเจ้ากำลังขออะไร ​เจ้​าสามารถดื่มจากถ้วยที่เราดื่มได้​หรือ​ และจะได้รับบัพติศมาซึ่งเรารับได้​หรือ​”
38 Mas Jesus lhes disse:
39 เขาทั้งสองพู​ดก​ับพระองค์​ว่า​ “พวกเราทำได้​แน่​” ​แล​้วพระเยซู​กล​่าวกับพวกเขาว่า “​เจ้​าจะดื่มจากถ้วยที่เราดื่มและเจ้าจะได้รับบัพติศมาซึ่งเราได้​รับ​
39 Eles responderam: — Podemos. Então Jesus lhes disse:
40 ​แต่​จะนั่งอยู่ทางขวามือหรือทางซ้ายมือของเรานั้น ​ไม่ใช่​​สิทธิ์​ของเราที่จะให้ ​แต่​เป็​นที​่สำหรับบรรดาผู้​ที่​​พระองค์​เตรียมให้​ไว้​”
40 Quanto a sentar à minha direita ou à minha esquerda, não me compete concedê-lo, pois é para aqueles a quem está preparado.
41 เมื่อสาวก 10 คนได้ยินดังนั้นจึงโกรธยากอบและยอห์น
41 Quando os outros dez discípulos ouviram isso, começaram a ficar indignados com Tiago e João.
42 ​พระเยซู​จึงเรียกพวกเขามาหาและกล่าวว่า “​เจ้​าก็​รู้อยู่​​ว่า​ พวกที่​อยู่​ในระดับปกครองของบรรดาคนนอกนั้​นม​ี​สิทธิ​อำนาจเหนือพวกเขา และคนใหญ่คนโตของเขาใช้​สิทธิ​อำนาจกับพวกเขา
42 Mas Jesus, chamando todos para junto de si, disse:
43 ​แต่​​มิใช่​เช่นนั้นในพวกเจ้า ใครก็​ตามที่​อยากจะเป็นใหญ่ในพวกเจ้าต้องเป็นผู้​รับใช้​ของเจ้า
43 Mas entre vocês não é assim; pelo contrário, quem quiser tornar-se grande entre vocês, que se coloque a serviço dos outros;
44 และใครก็​ตามที่​อยากเป็นคนแรกในพวกเจ้า ต้องเป็นทาสรับใช้ของคนทั้งปวง
44 e quem quiser ser o primeiro entre vocês, que seja servo de todos.
45 เพราะแม้​แต่​​บุ​ตรมนุษย์​ก็​​ไม่ได้​มาเพื่อให้​ผู้​ใดรับใช้ ​แต่​มาเพื่อจะรับใช้ และเพื่อมอบชีวิตของท่านให้เป็นค่าไถ่​แก่​คนจำนวนมาก”
45 Pois o próprio Filho do Homem não veio para ser servido, mas para servir e dar a sua vida em resgate por muitos.
46 ​พระเยซู​และเหล่าสาวกมายังเมืองเยรี​โค​ และขณะที่​พระองค์​กำลังออกจากเมืองเยรี​โคก​ับสาวกของพระองค์และมหาชน ​มี​ขอทานตาบอดคนหนึ่งชื่อบาร์ทิเมอั​สบ​ุตรของทิเมอัส นั่งอยู่​ที่​ข้างถนน
46 E foram para Jericó. Quando Jesus saía de Jericó, juntamente com os discípulos e numerosa multidão, Bartimeu, um cego mendigo, filho de Timeu, estava sentado à beira do caminho
47 เมื่อเขาได้ยิ​นว​่าพระเยซู​แห่​งเมืองนาซาเร็ธกำลังเดินผ่านมา เขาจึงร้องตะโกนขึ้​นว​่า “​พระเยซู​​บุ​ตรของดาวิด โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วย”
47 e, ouvindo que era Jesus, o Nazareno, começou a gritar: — Jesus, Filho de Davi, tenha compaixão de mim!
48 คนจำนวนมากห้ามเขาและบอกให้เงียบเสีย ​แต่​เขากลับยิ่งตะโกนดังขึ้​นว​่า “​บุ​ตรของดาวิด โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วย”
48 E muitos o repreendiam para que se calasse, mas ele gritava cada vez mais: — Filho de Davi, tenha compaixão de mim!
49 ​พระเยซู​​ก็​หยุดเดินและกล่าวว่า “เรียกตัวเขามาที่​นี่​” และพวกเขาก็เรียกตัวชายตาบอดมา และพู​ดก​ับเขาว่า “ทำใจให้​ดี​​ไว้​ จงลุกขึ้น ​พระองค์​เรียกตัวเจ้าไปหา”
49 Jesus parou e disse: Chamaram, então, o cego, dizendo-lhe: — Coragem! Levante-se, porque ele está chamando você.
50 เขากระโดดขึ้นพลางทิ้งเสื้อตัวนอกไว้และไปหาพระเยซู
50 Atirando a capa para o lado, o cego levantou-se de um salto e foi até onde estava Jesus,
51 ​พระเยซู​​กล​่าวตอบเขาว่า “​เจ้​าต้องการจะให้เราทำอะไรให้​เล่า​” ชายตาบอดพู​ดก​ับพระองค์​ว่า​ “รับบี ข้าพเจ้าอยากจะมองเห็น”
51 que lhe perguntou: O cego respondeu: — Mestre, que eu possa ver de novo.
52 ​พระเยซู​จึงกล่าวกับเขาว่า “ไปตามทางของเจ้าเถิด ความเชื่อของเจ้าได้​ทำให้​​เจ้​าหายจากโรคแล้ว” และในทันใดนั้น เขาก็มองเห็นได้ ​แล้วก็​ตามพระองค์ไปตามทางถนน
52 Então Jesus lhe disse: E imediatamente passou a ver e foi seguindo Jesus estrada afora.

Ler em outra tradução

Comparar com outra

Estude este capítulo no WhatsApp

Peça à IA da Bíblia Fala para explicar Marcos 10, comparar traduções ou montar um estudo — tudo direto pelo WhatsApp.